เต้นลดน้ำหนัก ยังไงให้ผอม หุ่นดี

เต้นลดน้ำหนัก

การ เต้นลดน้ำหนัก เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากการเต้นสามารถที่จะออกกำลังกายได้ในทุกส่วนของร่างกาย รวมถึงขณะที่ออกกำลังกายอยู่นั้นยังมีสีสัน และไม่น่าเบื่อหน่าย แถมบางครั้งยังนำพาให้ได้พบกับเพื่อนใหม่ หรือสังคมใหม่ๆอีกด้วย การเต้นนอกจากจะช่วยในความเพลิดเพลินเเละเเข็งเเรงสร้างกล้ามเนื้อให้กับร่างกายแล้ว หลายคนยังใช้การเต้นเพื่อเป็นการลดน้ำหนักอีกด้วย ซึ่งหากต้องการเต้นเพื่อลดน้ำหนัก ผู้ที่ทำกิจกรรมนี้คววรจะมีเทคนิคเเละวิธีการที่ถูกวิธีเพื่อที่จะสามารถบรรลุเป้าหมายตรงตามที่ต้องการได้

เทคนิค เต้นลดน้ำหนัก อย่างไรให้ผอม

การเต้นเป็นการออกกำงกายรูปแบบหนึ่งที่สนุกเเละน่าสนใจ ซึ่งการเต้นเป็นการออกกำลังกายแบบคาดิโออย่างหนึ่ง โดยใช่ร่างกายในการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากต้องการเต้นเพื่อลดน้ำหนักหรือออกกำลังกายนั้น ความใช้เวลาในการเต้นอยู่ที่ประมาณ 20-30 นาทีขึ้นไป เพื่อก่อให้เกิดอัตราการเต้นของหัวใจที่สูงมากขึ้น เมื่ออัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น 50-75% จากปกติแล้วจะช่วยให้ระบบหลอดเลือดในหัวใจแข็งเเรงเเละทำงานได้ดียิ่งขึ้น และหลอดเลือดหัวใจก็จะสามารถส่งออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้มากขึ้นส่งผลให้กล้ามเนื้อในร่างกายเเข็งเเรงเพิ่มมากขึ้น ทำให้ร่างกายได้รับการเผาผลาญอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นหากท่านไม่ได้ต้องการเต้นเพื่อความสนุกสนานแต่ต้องการเต้นเพื่อออกกำลังกายเเละลดน้ำหนักแล้ว ท่านควรที่จะเต้นต่อเนื่องอย่างน้อยวันละ 30 นาทีต่อวัน และ 5 วันต่อ 1 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย และทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าท่านจะสามารถสร้างกล้ามเนื้อหรือลดน้ำหนักได้ตามความพอใจของท่าน

เคล็ดลับการเต้น เพื่อลดน้ำหนัก

  1. เลือกสไตล์การเต้นที่ชอบ

การเต้นในปัจจุบันได้แบ่งออกมาด้วยกันมากมายหลากหลายประเภท แต่การเต้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นการเต้นแบบแอโรบิก เพราะเป็นการเต้นที่สามารถทำได้ในทุกเพศทุกวัย และมีท่าทางประกอบเพลงที่ไม่ยากจนเกินไป ที่ทุกคนสามารถจะทำได้ และการเต้นอีกแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันนั้นก็คือการเต้นซุมบ้า การเต้นซุมบ้าเป็นการเต้นที่ผสมผสานท่าเต้นแบบลาติน – อเมริกา,ระบำหน้าท้อง, แอโรบิก และฮิปฮอปเข้าด้วยกัน การเต้นชนิดนี้จะเน้นการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาซึ่งสามารถเผาผลาญพลังงานได้ดีมากๆ แต่อาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่เคยเต้นเลย เพราะจะมีท่าทางการเต้นประกอบกับเสียงเพลงที่ยากกว่าการเต้นแบบแอร์โรบิก

2. หาเพื่อนมาเต้นด้วยเป็นกลุ่ม

การออกกำลังกายโดยการเต้นเป็นการออกกำลังกายที่สามารถทำคนเดียวได้ก็จริง แต่ว่าหากมีเพื่อนมาร่วมในการออกกำลังกายด้วยจะทำให้ช่วยลดอาการเขิล ในการออกท่าทางต่างๆในการเต้น อีกทั้งยังเป็นการสานสัมพันธ์ที่ดีในกลุ่มเพื่อน และยังสร้างความสนุกสนานในการออกกำลังกาย ทำให้การออกกำลังกายในแต่ละครั้งไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

3. เต้นกับโปรแกรม T25

การออกกำลังกายโดยการเต้น T25 หรือที่มีชื่อเต็มวา Focus T25 การออกกำลังกายโดยการเต้นวิธีนี้เป็นการออกกำลังกายที่ค่อนข้างหนักหน่วง เพราะว่าการเต้น T25 คือการเต้นบริหารร่างกายทุกส่วนอย่างหนักติดต่อกัน 25 นาทีโดยที่ไม่มีการหยุดพัก ในเวลา 5 วันต่อ 1 สัปดาห์ โดยในการเต้นแบบT25 นั้น สามารถเเบ่งออกเป็นด้วยกัน 3 ส่วนด้วยกัน นั่นคือ ส่วน Alpha, Beta และ Gamma ซึ่งแต่ละส่วนนั้นจะเพิ่มความยากในการเต้นและความหนักหน่วงของท่าเต้นขึ้นมาเรื่อยๆ ตามลำดับ

4. เต้นช่วงเย็นดีกว่าช่วงเช้า
จากผลวิจัยพบว่าในการออกกำลังกายในช่วงเวลาตอนเย็นนั้นจะช่วยทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญพลังงานไปใช้ได้ดีกว่าการออกกำลังกายในตอนเช้า เพราะว่าในช่วงเวลาตอนเย็นนั้นอุณหภูมิร่างกายของมนุษย์จะสูงขึ้นมากกว่าในตอนเช้านั่นเอง

แหล่งที่มา : BEOGAMING

นำเสนอ : BEO998

BEOGAMING บทความ : 6 เคล็ดลับความสำเร็จของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

BEOGAMING

BEOGAMING : เมื่อ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ประกาศอำลาการคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากทำหน้าที่ผู้จัดการทีมมายาวนานถึง 26 ปีครึ่ง

โดยสร้างผลงาน ครองแชมป์ต่างๆ ถึง 38 รายการ ( แชมป์พรีเมียร์ ลีก ถึง 13 ครั้ง แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีก 2 ครั้ง เอฟเอ คัพ 4 ครั้ง และลีกคัพ 1 ครั้ง ) จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ อนิต้า เอลเบิร์ส และ ทอม ดาย อาจารย์คณะบริหารธุรกิจของ ฮาร์วาร์ด บิสซิเนส สกูล (Harvard Business School) แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา BEOGAMING ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นคณะบริหารธุรกิจอันดับ 1 ของโลก ทำการศึกษาถึง `เคล็ดลับความเป็นผู้นำ´ ของเซอร์อเล็กซ์ ในการบริหารทีมจนประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมกีฬาที่มีมูลค่ามากเป็นอันดับ 2 ของโลกจากการประเมินตัวเลขของนิตยสาร ฟอร์บส์ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีมูลค่า 3,165 ล้านดอลลาร์หรือ 95,000 ล้านบาท เป็นรองอันดับหนึ่งคือสโมสรฟุตบอลเรียล แมดริดของสเปนเล็กน้อย (ฟอร์บส์ประเมินมูลค่าเรอัล มาดริดไว้ที่ 3,300 ล้านดอลลาร์ หรือ 99,000 ล้านบาท)

อนิต้า เอลเบิร์ส และ ทอม ดาย เดินทางไปสัมภาษณ์เซอร์อเล็กซ์ ที่เมืองแมนเชสเตอร์ เพื่อหาคำตอบว่าอะไรคือเคล็ดลับแห่งความสำเร็จของเซอร์อเล็กซ์ หลังจากสัมภาษณ์ เซอร์อเล็กซ์ อนิต้า เอลเบิร์ส และ ทอม ดาย ได้ร่วมกันเขียนรายงานการศึกษาชื่อ Sir Alex Ferguson : Managing Manchester United แล้วเดือนธันวาคม ปี 2012 เซอร์อเล็กซ์ได้เดินทางไปฮาร์วาร์ด บิสซิเนส สกูลในฐานะอาจารย์รับเชิญ เพื่อให้ความรู้แก่นักศึกษาเรื่องการบริหารจัดการ จากรายงานการศึกษาและการเล็กเชอร์ที่เซอร์อเล็กซ์สอนนักศึกษาฮาร์วาร์ดเมื่อปีก่อน

สรุปหัวใจในการบริหารทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ประสบความสำเร็จติดต่อกันยาวนานเกือบสามสิบปีได้ดังนี้

1. ให้ความสำคัญกับความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทีม เซอร์อเล็กซ์จะไม่ยอมให้นักเตะคนหนึ่งคนใดคิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์สตาร์เป็นดาวเด่นของทีมเหนือกว่าเพื่อนนักเตะร่วมทีมคนอื่น  ๆ หรือ คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่กว่าแมนยู เรื่องนี้ เดวิด เบ็กแฮ่ม ซาบซึ้งดี คาดกันว่า เวย์น รูนี่ย์ จะเป็นคนต่อไป

2. รู้จักชมนักเตะเมื่อทำผลงานได้ดี เซอร์อเล็กซ์กล่าวว่า สำหรับนักฟุตบอลและมนุษย์ทุกคน ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้มีความรู้สึกดีใจ ภาคภูมิใจมากไปกว่าการได้รับคำชมว่า well done หรือทำได้ดี คำคำนี้ เป็นคำที่ดีที่สุด ไพเราะที่สุดในโลกของกีฬา หลังการแข่งขัน แม้นักเตะจะเล่นได้ไม่ดี ผู้จัดการทีมก็ไม่ควรจะตะโกนดุด่านักเตะไปหมดทุกครั้ง เพราะการดุด่าไม่อาจใช้ได้เสมอไป ไม่มีใครอยากถูกต่อว่า แต่เมื่อถึงล็อกเกอร์ รูม การชี้ข้อผิดพลาดให้นักเตะเห็นเป็นสิ่งที่ต้องทำทันที อย่ารอให้ถึงวันจันทร์แล้วถึงบอก และเมื่อชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดในการเล่นนัดนั้นจบแล้วก็จบกัน ไม่เก็บเอามาว่ากล่าวซ้ำอีก ให้คิดถึงการแข่งขันนัดต่อไป  เพราะไม่มีประโยชน์อะไรที่จะตำหนินักเตะในเรื่องที่ผ่านมาแล้วและแก้ไขไม่ได้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นอกจากนี้ เซอร์อเล็กซ์บอกอีกว่าเขาไม่เคยตำหนินักเตะต่อหน้าสาธารณะ ซึ่งนักเตะทุกคนในทีมทราบดี มีอะไรไม่พอใจจะพูดคุยกันภายในทีมเท่านั้น

3. การลงโทษ หากนักเตะคนไหนไม่ทำตามกฎ จะถูกปรับเงิน เป็นวิธีการควบคุมความประพฤตินักเตะที่มีเงินระดับมหาเศรษฐี และการปรับเงินของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่เคยเปิดเผยให้คนนอกทราบ

4. พัฒนานักเตะรุ่นใหม่ เซอร์อเล็กซ์จะพัฒนานักเตะรุ่นใหม่ของสโมสรให้มีคุณภาพ มาตรฐานในระดับเดียวกับที่นักเตะรุ่นก่อน ๆ ทำไว้ ทั้งนี้ เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงตลอดไปให้กับสโมสร การสร้างนักเตะหน้าใหม่ให้มีฝีเท้าดีเยี่ยมจนสามารถลงเล่นเป็นตัวจริงได้ เซอร์อเล็กซ์ถือว่าเป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับสโมสรสืบต่อไป เซอร์อเล็กซ์กล่าวว่า 99 เปอร์เซ็นต์ของผู้จัดการทีมที่เพิ่งเข้ามาคุมทีมใหม่ทำก็คือ ซื้อนักเตะที่มีประสบการณ์ ที่เคยเล่นกับทีมที่ตัวเองเคยเป็นผู้จัดการทีมมาก่อนเข้ามาร่วมทีม เพราะต้องการให้ทีมชนะ และตัวเองจะได้คุมทีมต่อ ซึ่งไม่ใช่วิธีการของเขา

5. การฝึกซ้อม สิ่งที่เซอร์อเล็กซ์อบรมสั่งสอนนักเตะทุกคนในทีมคือการขยันซ้อม มีความมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังกับการซ้อมนั้นถือเป็นพรสวรรค์อย่างหนึ่งเช่นกัน  นักเตะในทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องฝึกหนักกว่านักเตะทีมอื่น ๆ หากทำไม่ได้ก็ไม่ต้องมาเป็นนักเตะทีมแมนยู เพราะตัวเขาสนใจเฉพาะนักเตะที่ฝึกซ้อมอย่างหนัก ต้องการเก่งจนผู้จัดการทีมต้องเลือกให้ลงเล่น และไม่ต้องการเป็นผู้แพ้เท่านั้น

6. การเลิกจ้าง หากจะเลิกสัญญาจ้างกับนักเตะคนใดก็ตาม เซอร์อเล็กซ์จะเป็นคนบอกด้วยตัวเอง จะไม่ส่ง SMS บอกเลิกแบบผู้จัดการทีมหลายคนที่ทำกันสมัยนี้ เซอร์อเล็กซ์บอกว่า สิ่งที่เขาพูดกับนักเตะเวลาบอกเลิกสัญญานั้นจะไม่พูดทำร้ายจิตใจให้นักเตะเสียความมั่นใจ แต่เขาจะบอกว่าที่เลิกจ้างเพราะสไตล์ของผู้เล่นคนนั้นไม่ตรงกับกลยุทธ์ในการสร้างทีม

ประโยคที่เซอร์อเล็กซ์จะกล่าวออกตัวอยู่บ่อย ๆ คือ

“ผมอาจจะตัดสินใจผิดที่เลิกสัญญาจ้างกับคุณ แต่ผมคิดว่า ณ วันนี้มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทีม”

ใครที่เป็นแฟนแมนยู และติดตามการทำงานของเซอร์อเล็กซ์มาตลอด อ่านทั้ง 6 ข้อก็จะทราบว่าเซอร์อเล็กซ์ปฏิบัติตามทั้ง 6 ข้อจริง ๆ ด้วย หัวใจในการบริหารทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทั้ง 6 ข้อ ผมคิดว่าสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการ BEO998 บริหารทุกองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี

Refer By BEOGAMING

write : Premiumraspberryketoneblog